1. Moving (2023)
-
ประเภท: แอ็กชัน / ไซไฟ / ดราม่า
-
ช่องทางรับชม: Disney+ Hotstar
เรื่องย่อ Moving
เรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นที่ซ่อนพลังพิเศษเหนือธรรมชาติเอาไว้โดยไม่ให้ใครรู้ รวมถึงพ่อแม่ของพวกเขาที่ต้องเก็บงำอดีตอันดำมืดและเจ็บปวด เพื่อปกป้องลูกๆ จากภัยอันตรายและการตามล่าจากองค์กรลับที่ต้องการใช้ประโยชน์จากพลังเหล่านี้
รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย)
-
จุดเด่น: การเล่าเรื่องมีความพิถีพิถัน ช่วงแรกเน้นปมดราม่าความสัมพันธ์ของครอบครัวก่อนจะระเบิดความมันส์ในพาร์ทแอ็กชัน CG ทำออกมาได้เนียนตาเทียบเท่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
-
จุดด้อย: ช่วงต้นเรื่องอาจจะดำเนินเรื่องค่อนข้างช้าสำหรับคนที่ชอบความรวดเร็วฉับไว
สรุปคะแนน – Moving ควรค่าแก่การดูไหม?
-
คะแนน: 9.5/10
-
คำอธิบาย: เป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์แห่งปี 2023 ที่ครบรสชาติ ทั้งซาบซึ้งกินใจและบู๊สนั่นจอ เป็นเรื่องที่ห้ามพลาดเด็ดขาด
2. Twinkling Watermelon (2023) ย้อนวัยใจสู้ฝัน
-
ประเภท: แฟนตาซี / วัยรุ่น / ดนตรี
-
ช่องทางรับชม: Viu, IQIYI
เรื่องย่อ Twinkling Watermelon
อึนกยอล เด็กหนุ่มผู้มีความสามารถทางด้านดนตรีแต่เกิดในครอบครัวที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน วันหนึ่งเขาได้หลงย้อนเวลากลับไปในปี 1995 ผ่านร้านขายเครื่องดนตรีปริศนา และได้ไปฟอร์มวงดนตรีร่วมกับพ่อในวัยเด็กที่ยังมีสุขภาพร่างกายปกติ รวมถึงเพื่อนร่วมวงที่มีเป้าหมายชีวิตแตกต่างกัน
รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย)
-
จุดเด่น: เพลงประกอบเพราะมาก เนื้อเรื่องอบอุ่นหัวใจ สอดแทรกมุกตลกและความซาบซึ้งเกี่ยวกับการเข้าใจครอบครัวได้อย่างลงตัว
-
จุดด้อย: ปมบางประการในช่วงท้ายคลี่คลายเร็วเกินไปเล็กน้อย
สรุปคะแนน – Twinkling Watermelon ควรค่าแก่การดูไหม?
-
คะแนน: 9.0/10
-
คำอธิบาย: ซีรีส์ฮีลใจที่ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่ง เต็มไปด้วยพลังบวกและเสียงดนตรีที่ตรึงใจคนดู
3. King the Land (2023) คิง เดอะ แลนด์
-
ประเภท: โรแมนติก / คอเมดี้
-
ช่องทางรับชม: Netflix
เรื่องย่อ King the Land
กูวอน ทายาทหนุ่มจากตระกูลแชโบลผู้เกลียดชังรอยยิ้มจอมปลอม ได้มาบริหารโรงแรมคิงส์โฮเต็ล และต้องมาพัวพันกับ ชอนซารัง พนักงานดีเด่นผู้มีรอยยิ้มสดใสเป็นเอกลักษณ์เพื่อบริการลูกค้า แม้เริ่มต้นจะไม่ถูกชะตากัน แต่ความใกล้ชิดทำให้หัวใจต้องเปลี่ยนมุมมอง
รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย)
-
จุดเด่น: เคมีของพระนางดีเยี่ยม ฟินจิกหมอน ภาพสวย โทนเรื่องสดใสดูได้เพลินๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะ
-
จุดด้อย: พล็อตเรื่องมีความเป็นสูตรสำเร็จตามแบบฉบับโรแมนติกคอมเมดี้ทั่วไป เดาทางง่าย
สรุปคะแนน – King the Land ควรค่าแก่การดูไหม?
-
คะแนน: 8.5/10
-
คำอธิบาย: ตอบโจทย์สายฟินที่ต้องการความผ่อนคลายและรอยยิ้ม ไร้ความเครียดปะปน
4. The Glory Season 2 (2023)
-
ประเภท: ดราม่า / ล้างแค้น / ระทึกขวัญ
-
ช่องทางรับชม: Netflix
เรื่องย่อ The Glory
มุน동은 (มุนดง은) อดีตเหยื่อของการบูลลี่ในโรงเรียนอย่างรุนแรง เธอใช้เวลาทั้งชีวิตวัยผู้ใหญ่เตรียมตัววางแผนแก้แค้นกลุ่มคนที่ทำลายชีวิตเธออย่างเลือดเย็น จนกระทั่งทุกอย่างเดินหน้ามาสู่จุดจบที่กลุ่มผู้กระทำผิดต้องชดใช้
รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย)
-
จุดเด่น: การแสดงระดับขึ้นหิ้งของนางเอกและตัวร้าย บทมีความฉลาดเฉลียว หักมุมและสะใจคนดู
-
จุดด้อย: มีฉากความรุนแรงและการกลั่นแกล้งที่ค่อนข้างสะเทือนใจในพาร์ทแรก
สรุปคะแนน – The Glory ควรค่าแก่การดูไหม?
-
คะแนน: 9.2/10
-
คำอธิบาย: ซีรีส์แก้แค้นที่ทรงพลังที่สุดแห่งทศวรรษ การันตีความเข้มข้นทุกนาที
5. My Demon (2023) ปีศาจของฉัน
-
ประเภท: แฟนตาซี / โรแมนติก / คอมเมดี้
-
ช่องทางรับชม: Netflix
เรื่องย่อ My Demon
จองกウォン (จองกูวอน) ปีศาจหนุ่มผู้ทรงพลังที่ต้องสูญเสียพลังไปอย่างกะทันหันหลังมาพัวพันกับ โดฮี ทายาทสาวตระกูลมหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่ง ทั้งคู่จึงต้องทำสัญญาแต่งงานปลอมๆ เพื่อกอบกู้พลังและรักษาตัวรอด จนก่อเกิดเป็นความรักข้ามภพชาติ
รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย)
-
จุดเด่น: นักแสดงหน้าตาดีทั้งเรื่อง งานภาพอลังการ คอสตูมสวยงามโดดเด่นสะดุดตา
-
จุดด้อย: ช่วงกลางเรื่องพล็อตมีความวนลูปกับปัญหาธุรกิจครอบครัวซ้ำไปซ้ำมา
สรุปคะแนน – My Demon ควรค่าแก่การดูไหม?
-
คะแนน: 8.0/10
-
คำอธิบาย: ดูเอาเพลินเพราะเคมีพระนางและความหล่อสวยระดับพรีเมียมช่วยชีวิตไว้ได้ทั้งหมด
ถ้าชอบเรื่องนี้ คุณอาจจะชอบ: รีวิวซีรีส์จีนย้อนยุคยอดฮิต หรือติดตามการจัดอันดับซีรีส์น่าดูประจำเดือนได้ที่หน้าแรกของ ReviewSeriesD
















Leave a Reply