สวัสดี ชาว Team SeriesD ทุกท่าน! ใครที่กำลังมองหาซีรีส์ดีๆ ไว้ดูร่วมกับคนที่คุณรัก หรืออยากเติมพลังบวกให้หัวใจในวันที่เหนื่อยล้า วันนี้ SeriesD ขออาสาพาคุณไปดื่มด่ำกับ 5 อันดับซีรีส์ครอบครัว ระดับมาสเตอร์พีซ ที่การันตีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และน้ำตาซึม เตรียมป๊อปคอร์นและทิชชู่ให้พร้อม แล้วไปอบอุ่นหัวใจพร้อมกันเลยครับ!

1. Reply 1988 (2015)
เรื่องย่อ: เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนซี้ 5 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในละแวกซังมุนดง กรุงโซล ในปี 1988 ผ่านมุมมองของ ‘ด็อกซอน’ เด็กสาววัย 18 ปี ซีรีส์พาเราย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศอันแสนอบอุ่นของมิตรภาพ ความรัก ความผูกพัน และความฝันของวัยรุ่นในยุคนั้น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจ
แนวซีรี่ย์: ดราม่า, คอมเมดี้, ครอบครัว, โรแมนติก
-
จุดเด่น: การถ่ายทอดบรรยากาศยุค 80 ได้อย่างสมจริงและน่าคิดถึง พล็อตเรื่องที่อบอุ่นหัวใจ เต็มไปด้วยมุกตลกสุดฮา และเรื่องราวการเติบโตที่กินใจ ตัวละครทุกตัวมีเสน่ห์และน่าจดจำ
-
ความรู้สึกหลังดู: อบอุ่นและคิดถึงวัยเด็กทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพลงเปิดเรื่อง เหมือนได้กลับบ้านหลังเก่าที่คุ้นเคย เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วมีความสุขและฮีลใจได้ดีที่สุด
-
จุดที่ขัดใจ: ตอนจบที่ค่อนข้างขัดใจและทิ้งปมให้ค้างคาใจ ทำให้ผู้ชมหลายคนรู้สึกผิดหวัง
สรุป และ คะแนนรีวิว: ซีรีส์ระดับตำนานที่ครองใจผู้ชมทั่วโลก เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย
-
การประเมินคะแนนบทซีรี่ย์ หรือบทหนัง (Story & Script): 10/10
-
การแสดง (Acting): 10/10
-
งานภาพ/โปรดักชั่น (Cinematography): 9.5/10
-
ความบันเทิง/อารมณ์ร่วม (Enjoyment): 10/10
-
คะแนนเฉลี่ยจาก Team SeriesD: 9.9/10

2. Sky Castle (2018)
เรื่องย่อ: ตีแผ่ชีวิตการแข่งขันอันดุเดือดของกลุ่มแม่บ้านไฮโซที่อาศัยอยู่ในชุมชนสุดหรู ‘Sky Castle’ เพื่อผลักดันลูกๆ ให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยยอมทำทุกวิถีทางแม้ต้องแลกด้วยความสุขและศีลธรรม ซีรีส์สะท้อนปัญหาการศึกษาและการเลี้ยงดูบุตรในสังคมเกาหลีได้อย่างเจ็บปวดและสมจริง
แนวซีรี่ย์: ดราม่า, ระทึกขวัญ, เสียดสีสังคม, ครอบครัว
-
จุดเด่น: พล็อตเรื่องที่เข้มข้น หักมุมและคาดเดาไม่ได้ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจและการแสดงอันทรงพลังของนักแสดงทุกคน โดยเฉพาะ ยัมจองอา
-
ความรู้สึกหลังดู: ลุ้นจนแทบหยุดหายใจและหวาดผวาไปกับความกดดันของตัวละคร เป็นซีรีส์ที่ทั้งเครียดและชวนให้ขบคิดเกี่ยวกับความหมายของความสำเร็จและการเลี้ยงดูลูก
-
จุดที่ขัดใจ: พล็อตเรื่องมีความโอเวอร์เกินจริงและไม่สมเหตุสมผลในบางช่วง และตอนจบที่ค่อนข้างรวบรัดและง่ายดายเกินไป
สรุป และ คะแนนรีวิว: ซีรีส์ดราม่าเสียดสีสังคมสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ เหมาะสำหรับคอซีรีส์ที่ชอบความเข้มข้นและการหักมุม
-
การประเมินคะแนนบทซีรี่ย์ หรือบทหนัง (Story & Script): 9.5/10
-
การแสดง (Acting): 10/10
-
งานภาพ/โปรดักชั่น (Cinematography): 9/10
-
ความบันเทิง/อารมณ์ร่วม (Enjoyment): 10/10
-
คะแนนเฉลี่ยจาก Team SeriesD: 9.6/10

3. Father Is Strange (2017)
เรื่องย่อ: เรื่องราวสุดปั่นป่วนของครอบครัวตระกูลพยอน เมื่อจู่ๆ ก็มีหนุ่มนักแสดงชื่อดังปรากฏตัวและอ้างว่าเป็นลูกชายของพ่อ ทำให้ความสงบสุขของครอบครัวต้องพังทลายลง นำไปสู่เรื่องราวความรัก ความลับ และบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความผูกพันในครอบครัว
แนวซีรี่ย์: ดราม่า, คอมเมดี้, ครอบครัว, โรแมนติก
-
จุดเด่น: การผสมผสานระหว่างความฮาแบบน้ำตาเล็ดและความซาบซึ้งจนน้ำตาซึมได้อย่างลงตัว พล็อตเรื่องที่สนุกสนานและน่าติดตาม ตัวละครทุกตัวมีความน่ารักและมีเรื่องราวของตัวเอง
-
ความรู้สึกหลังดู: สนุกสนานและอบอุ่นหัวใจไปกับความวุ่นวายของครอบครัวตระกูลพยอน เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วอารมณ์ดีและรักครอบครัวมากขึ้นจริงๆ ครับ
-
จุดที่ขัดใจ: ความยาวของซีรีส์ที่ค่อนข้างเยอะและมีพล็อตเรื่องย่อยที่อาจจะดูยืดเยื้อไปนิดในบางช่วง
สรุป และ คะแนนรีวิว: ซีรีส์ครอบครัวสุดป่วนที่ดูได้ทั้งบ้าน เต็มไปด้วยความสนุกและข้อคิดที่น่าประทับใจ
-
การประเมินคะแนนบทซีรี่ย์ หรือบทหนัง (Story & Script): 9/10
-
การแสดง (Acting): 9.5/10
-
งานภาพ/โปรดักชั่น (Cinematography): 8.5/10
-
ความบันเทิง/อารมณ์ร่วม (Enjoyment): 9.5/10
-
คะแนนเฉลี่ยจาก Team SeriesD: 9.1/10

4. The World of the Married (2020)
เรื่องย่อ: ชีวิตที่แสนจะสมบูรณ์แบบของ จีซอนอู แพทย์หญิงผู้ประสบความสำเร็จ ต้องพังทลายลงเมื่อเธอจับได้ว่า อีแทโอ สามีสุดที่รัก แอบมีชู้กับลูกสาวของประธานบริษัท เรื่องราวการแก้แค้นอันเผ็ดร้อนและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมบททดสอบความรัก ความไว้ใจ และศีลธรรมของมนุษย์
แนวซีรี่ย์: ดราม่า, แก้แค้น, เมโลดราม่า
-
จุดเด่น: การแสดงอันทรงพลังของ คิมฮีแอ ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของภรรยาที่ถูกหักหลังได้อย่างสมจริงและสะเทือนใจ พล็อตเรื่องที่หักมุมและคาดเดาไม่ได้
-
ความรู้สึกหลังดู: อินจัดจนอยากเข้าไปตบตัวละครผู้ชายพร้อมกับนางเอก ลุ้นจนแทบหยุดหายใจ เป็นซีรีส์ที่ครบรสทั้งรัก โลภ โกรธ หลง
-
จุดที่ขัดใจ: ความรุนแรงในเรื่องอาจจะมีมากเกินไปสำหรับผู้ชมบางท่าน และพล็อตเรื่องในบางช่วงอาจจะดูยืดเยื้อไปนิด
สรุป และ คะแนนรีวิว: ซีรีส์ดราม่าเข้มข้นที่สะท้อนแง่มุมความรักและการแก้แค้นได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับคอซีรีส์แนวเมโลดราม่าที่ชอบความเผ็ดร้อน
-
การประเมินคะแนนบทซีรี่ย์ หรือบทหนัง (Story & Script): 9.5/10
-
การแสดง (Acting): 10/10
-
งานภาพ/โปรดักชั่น (Cinematography): 9/10
-
ความบันเทิง/อารมณ์ร่วม (Enjoyment): 10/10
-
คะแนนเฉลี่ยจาก Team SeriesD: 9.6/10

5. Five Enough (2016)
เรื่องย่อ: เรื่องราวความรักและการเริ่มต้นใหม่ของสองครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความวุ่นวายของการเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว หลังจากที่คู่ชีวิตของพวกเขาเสียชีวิต ทั้งสองได้พบกันและตัดสินใจแต่งงาน นำไปสู่เรื่องราวการปรับตัว การยอมรับ และการสร้างความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างสมาชิกในครอบครัวใหม่
แนวซีรี่ย์: ดราม่า, คอมเมดี้, ครอบครัว, โรแมนติก
-
จุดเด่น: พล็อตเรื่องที่อบอุ่นหัวใจ เต็มไปด้วยมุกตลกสุดฮาและเรื่องราวการเติบโตที่กินใจ ตัวละครทุกตัวมีความน่ารักและน่าจดจำ เคมีพระนางสุดฟิน
-
ความรู้สึกหลังดู: อบอุ่นหัวใจและลุ้นไปกับความรักของตัวละคร เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วมีความสุขและฮีลใจได้ดีเยี่ยม
-
จุดที่ขัดใจ: ความยาวของซีรีส์ที่ค่อนข้างเยอะและมีพล็อตเรื่องย่อยที่อาจจะดูยืดเยื้อไปนิดในบางช่วง
สรุป และ คะแนนรีวิว: ซีรีส์ครอบครัวสุดฟินที่ดูได้ทุกเพศทุกวัย มอบความสุขและเสียงหัวเราะได้อย่างยอดเยี่ยม
-
การประเมินคะแนนบทซีรี่ย์ หรือบทหนัง (Story & Script): 8.5/10
-
การแสดง (Acting): 9/10
-
งานภาพ/โปรดักชั่น (Cinematography): 8.5/10
-
ความบันเทิง/อารมณ์ร่วม (Enjoyment): 9.5/10
-
คะแนนเฉลี่ยจาก Team SeriesD: 8.9/10
สรุป การจัดอันดับของเรา 5 อันดับซีรีส์ครอบครัว
-
อันดับ 1: Reply 1988 (2015) – จุดเด่น: การถ่ายทอดบรรยากาศยุค 80 ได้อย่างสมจริงและน่าคิดถึง พล็อตเรื่องที่อบอุ่นหัวใจ – คะแนนเฉลี่ย: 9.9/10
-
อันดับ 2: Sky Castle (2018) – จุดเด่น: พล็อตเรื่องที่เข้มข้น หักมุมและคาดเดาไม่ได้ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ – คะแนนเฉลี่ย: 9.6/10
-
อันดับ 3: The World of the Married (2020) – จุดเด่น: การแสดงอันทรงพลังของ คิมฮีแอ และพล็อตเรื่องที่หักมุมและคาดเดาไม่ได้ – คะแนนเฉลี่ย: 9.6/10
-
อันดับ 4: Father Is Strange (2017) – จุดเด่น: การผสมผสานระหว่างความฮาและความซาบซึ้งลงตัว พล็อตเรื่องที่สนุกสนานและน่าติดตาม – คะแนนเฉลี่ย: 9.1/10
-
อันดับ 5: Five Enough (2016) – จุดเด่น: พล็อตเรื่องที่อบอุ่นหัวใจ เต็มไปด้วยมุกตลกสุดฮาและเรื่องราวการเติบโตที่กินใจ – คะแนนเฉลี่ย: 8.9/10
เหตุผล: เป็นซีรีส์ระดับขึ้นหิ้งที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ ทั้งเนื้อหาที่เข้มข้น งานสร้างอลังการ และการแสดงที่ไร้ที่ติ ทำให้ซีรีส์ทั้ง 5 เรื่องนี้คือ “ซีรีส์ ที่ คุณ ต้อง ดู” ประจำ ปี นี้ อย่าง แท้จริง! อย่าลืม ติดตาม อ่าน บทความ ใหม่ ๆ และ รีวิว ซีรีส์ ดี ๆ จาก Team SeriesD ได้ ที่ reviewseriesd.com นะ ครับ!











Leave a Reply