รีวิวซีรี่ย์ Black Knight (2017) อัศวินรักข้ามเวลา

รีวิวซีรี่ย์ Black Knight (2017) อัศวินรักข้ามเวลา

เรื่องย่อ Black Knight (2017) อัศวินรักข้ามเวลา

เรื่องราวความรัก โชคชะตา และคำสาปข้ามภพชาติกว่า 200 ปี เล่าผ่านชีวิตของ จองแฮรา (นำแสดงโดย ชินเซคยอง) หญิงสาวผู้ทำงานเป็นพนักงานบริษัทนำเที่ยว แม้ในวัยเด็กเธอจะเติบโตมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม แต่ชีวิตกลับพลิกผันจนต้องเผชิญกับมรสุมปัญหาการเงิน การถูกทรยศจากคนรัก และหน้าที่การงานที่เต็มไปด้วยอุปสรรค

ในวันที่สิ้นหวังที่สุด แฮราได้หวนรำลึกถึงโค้ตสีเขียวตัวเก่าที่เธอเคยสั่งตัดไว้ในวัยเด็กที่ร้านตัดเสื้อลึกลับของ ชารอน (นำแสดงโดย ซอจีฮเย) ดีไซเนอร์สาวผู้ต้องคำสาปให้มีชีวิตอมตะไม่แก่ไม่ตาย การตามหาโค้ตตัวนั้นทำให้เธอได้พบกับ มุนซูโฮ (นำแสดงโดย คิมแรวอน) ซีอีโอหนุ่มนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จและมีจิตใจมั่นคง เขาคอยเฝ้ารอและตามหาแฮรามาโดยตลอดนับตั้งแต่วัยเด็ก

เมื่อทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ซูโฮทำหน้าที่เป็น “อัศวินสีดำ” คอยปกป้อง ช่วยเหลือ และเยียวยาชีวิตของแฮราในทุกเรื่อง ทว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากลับถูกขัดขวางด้วยเงาอดีตชาติในยุคโชซอน เมื่อชารอนและ เบคฮี (นำแสดงโดย จางมีฮี) หญิงผู้ต้องคำสาปอมตะอีกคน ได้เข้ามาพัวพันและรื้อฟื้นปมความแค้น การแย่งชิง และความผิดบาปในอดีตที่ยังไม่ได้รับการสะสาง นำไปสู่บททดสอบความรักข้ามภพที่ต้องแลกด้วยชะตากรรมอันยิ่งใหญ่

แนะนำตัวละครและนักแสดงนำ

  • คิมแรวอน (Kim Rae Won) รับบทเป็น มุนซูโฮ

    นักธุรกิจหนุ่มผู้สุขุม อบอุ่น และมั่นคงในความรักอย่างหาที่สุดไม่ได้ ซูโฮคือตัวแทนของชายหนุ่มสายซัพพอร์ตที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็พร้อมจะยื่นมือเข้ามารับฟัง แก้ปัญหา และปกป้องแฮราด้วยชีวิต คิมแรวอนถ่ายทอดบทบาทพระเอกสายคลั่งรักที่มีคาริสม่าสูงและแววตาเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนได้อย่างน่าประทับใจ

  • ชินเซคยอง (Shin Se Kyung) รับบทเป็น จองแฮรา

    หญิงสาวสายสู้ชีวิต ผู้มีความอดทนและไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา ชินเซคยองถ่ายทอดบทบาทหญิงสาวที่ต้องแบกรับความกดดันของชีวิต แต่ยังคงมีจิตใจที่งดงาม และมีโอกาสได้แสดงบทบาทตัวละครในอดีตชาติที่มีมิติความขัดแย้งทางอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง

  • ซอจีฮเย (Seo Ji Hye) รับบทเป็น ชารอน

    ดีไซเนอร์เจ้าของร้านตัดเสื้อผู้เย่อหยิ่ง มีเสน่ห์ลึกลับ และต้องคำสาปให้มีชีวิตอมตะเพื่อชดใช้บาปในอดีตชาติ ซอจีฮเยโดดเด่นอย่างมากด้วยคอสตูมแฟชั่นสุดหรูหรา และการแสดงอารมณ์ความอิจฉาริษยา ความยึดติดในความรัก และความโดดเดี่ยวได้อย่างมีเสน่ห์สะกดสายตา

รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย)

จุดเด่น

  1. งานภาพและบรรยากาศโรแมนติกแฟนตาซีสุดคลาสสิก: ซีรีส์มีการเดินทางไปถ่ายทำในสถานที่สวยงามอย่างประเทศสโลวีเนีย ผสมผสานกับงานจัดแสง โทนสี และบรรยากาศปราสาทโบราณที่ช่วยเสริมความขลังของธีม “อัศวินและความรักข้ามภพ” ได้อย่างลงตัว

  2. เสน่ห์ของพระเอกสายซัพพอร์ตและการแสดงของทีมนักแสดง: คิมแรวอนสร้างมาตรฐานพระเอกสายคลั่งรักที่อบอุ่นและพึ่งพาได้ ขณะที่ ซอจีฮเย ขโมยซีนทุกฉากที่ปรากฏตัวด้วยความสวยสง่าและมิติตัวละครสีเทาที่ทั้งน่าสงสารและน่ากลัว

  3. การผูกปมคำสาปและโศกนาฏกรรมอดีตชาติ: ซีรีส์วางโครงเรื่องการเชื่อมโยงกรรมในอดีตยุคโชซอนกับปัจจุบันได้อย่างน่าติดตาม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องผลของการกระทำและราคาที่ต้องจ่ายของความเป็นอมตะ

จุดด้อย

  1. จังหวะการเล่าเรื่องช่วงท้ายมีความยืดเยื้อ: ในช่วงโค้งสุดท้ายของเรื่องมีการวนเวียนอยู่กับความพยายามขัดขวางของตัวร้าย ทำให้จังหวะความกระชับของเนื้อเรื่องลดลงไปบ้าง

  2. บทสรุปของเรื่องราวที่อาจไม่ถูกใจทุกคน: ปลายทางของคำสาปและความสัมพันธ์มีโทนความหน่วงและสะเทือนอารมณ์ ซึ่งอาจทิ้งความรู้สึกหน่วงในหัวใจให้แก่ผู้ชมที่ชื่นชอบตอนจบแบบหวานชื่นร้อยเปอร์เซ็นต์

สรุปคะแนน – Black Knight (2017) อัศวินรักข้ามเวลา ควรค่าแก่การดูไหม?

คะแนนรวม: 8.9 / 10 ⭐️⭐️⭐️⭐️✨

  • บทบาทและการแสดง: 9.2/10

  • เคมีและความโรแมนติก: 9.0/10

  • โปรดักชันและงานภาพ: 9.3/10

  • การดำเนินเรื่องและปมปริศนา: 8.3/10

สรุป: Black Knight (2017) อัศวินรักข้ามเวลา เป็นซีรีส์เกาหลีแนวโรแมนติก-แฟนตาซีดราม่าที่โดดเด่นด้วยงานภาพระดับพรีเมียม บรรยากาศต่างประเทศสุดโรแมนติก และการแสดงอันทรงพลังของคิมแรวอนและซอจีฮเย สำหรับคนที่ชอบเรื่องราวความรักสายปกป้อง ชะตากรรมข้ามภพ และปมคำสาปโบราณ ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องคลาสสิกที่ควรหาเวลารับชม!

รีวิวซีรี่ย์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *