1. Squid Game (สควิดเกม เล่นลุ้นตาย)
-
แนว: แอคชั่น, ระทึกขวัญ, เอาชีวิตรอด
-
ช่องทางการรับชม: Netflix
เรื่องย่อ:
เรื่องราวของกลุ่มคนที่กำลังจมอยู่กับปัญหาหนี้สินจนมุมในชีวิต พวกเขาได้รับคำชวนปริศนาให้เข้าร่วมแข่งขันเกมพื้นบ้านเด็กเล่นเพื่อแลกกับเงินรางวัลมหาศาลถึง 45,600 ล้านวอน แต่ทว่ากติกาที่แท้จริงกลับโหดร้ายและเดิมพันด้วยชีวิต
รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย):
-
จุดเด่น: พล็อตเรื่องมีความแปลกใหม่สูงมาก การออกแบบเกมมีความกดดันและบีบหัวใจคนดู ฉากแอคชั่นและการเอาชีวิตรอดทำออกมาได้ลุ้นระทึกทุกนาที
-
จุดด้อย: บางช่วงเน้นดราม่าตัวละครค่อนข้างหนัก อาจทำให้จังหวะความเร็วของแอคชั่นดรอปลงไปบ้างในบางตอน
สรุปคะแนน – Squid Game ควรค่าแก่การดูไหม?:
-
เรตติ้งความสนุก: ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ (9.5/10)
-
เหมาะกับใคร: คนที่ชอบซีรีส์แนวเซอร์ไววัล ลุ้นระทึก หักมุม และฉากแอคชั่นผสมดราม่าเข้มข้น
2. Alice in Borderland (อลิสในแดนมรณะ)
-
แนว: แอคชั่น, ไซไฟ, แฟนตาซีเอาชีวิตรอด
-
ช่องทางการรับชม: Netflix
เรื่องย่อ:
เด็กหนุ่มติดเกมผู้ไร้จุดหมายและเพื่อนๆ ของเขา หลุดเข้าไปในกรุงโตเกียวคู่ขนานที่ว่างเปล่าอย่างกะทันหัน พวกเขาถูกบังคับให้ต้องลงแข่งขันใน “เกมมรณะ” เพื่อต่ออายุวีซ่าในการมีชีวิตรอด โดยแต่ละเกมจะถูกแบ่งประเภทตามหน้าไพ่ป๊อก
รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย):
-
จุดเด่น: ฉากแอคชั่นและการออกแบบเกมมีความสร้างสรรค์และใช้สมองสูง งานสร้างระดับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ CG เนียนตา และการเติบโตของตัวละครทำได้ดีเยี่ยม
-
จุดด้อย: ช่วงกลางเรื่องของซีซันหลังๆ อาจมีปมปริศนาที่ซับซ้อนจนต้องใช้สมาธิในการติดตามค่อนข้างมาก
สรุปคะแนน – Alice in Borderland ควรค่าแก่การดูไหม?:
-
เรตติ้งความสนุก: ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ (9/10)
-
เหมาะกับใคร: สายซีรีส์ญี่ปุ่น, เกมแนวเอาชีวิตรอด, และฉากแอคชั่นบู๊ล้างผลาญผสมผจญภัยสุดมันส์
3. All of Us Are Dead (มัธยมซอมบี้)
-
แนว: แอคชั่น, ซอมบี้, สยองขวัญ, วัยรุ่น
-
ช่องทางการรับชม: Netflix
เรื่องย่อ:
เกิดเหตุไวรัสปริศนารั่วไหลภายในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ส่งผลให้นักเรียนและครูเริ่มกลายร่างเป็นซอมบี้คลั่งกระหายเลือด กลุ่มนักเรียนที่รอดชีวิตจึงต้องร่วมมือกันใช้อุปกรณ์รอบตัวเพื่อเอาชีวิตรอดออกจากโรงเรียนที่กลายเป็นนรกบนดิน
รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย):
-
จุดเด่น: ความเร็วของซอมบี้เรื่องนี้มีความดุเดือดและน่ากลัวมาก ฉากการต่อสู้เอาตัวรอดในพื้นที่จำกัด (Single Location) ทำออกมาได้ตื่นเต้นเร้าใจ
-
จุดด้อย: มีประเด็นดราม่าและความสัมพันธ์ของวัยรุ่นค่อนข้างเยอะตามสไตล์ซีรีส์รั้วโรงเรียน
สรุปคะแนน – All of Us Are Dead ควรค่าแก่การดูไหม?:
-
เรตติ้งความสนุก: ⭐️⭐️⭐️⭐️ (8.5/10)
-
เหมาะกับใคร: แฟนคลับซีรีส์ซอมบี้คลั่ง, ชอบฉากไล่ล่าบีบหัวใจ และความมันส์แบบนอนสต็อป
4. Gyeongseong Creature (สัตว์สยองกยองซอง)
-
แนว: แอคชั่น, ระทึกขวัญ, ประวัติศาสตร์, สัตว์ประหลาด
-
ช่องทางการรับชม: Netflix
เรื่องย่อ:
เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 1945 ที่เมืองกยองซอง (ชื่อเดิมของกรุงโซล) ยุคที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น นักธุรกิจหนุ่มผู้กว้างขวางและนักแกะรอยสาวฝีมือดี ต้องมาร่วมมือกันสืบสวนเบื้องหลังโรงพยาบาลปริศนา ที่ซึ่งความโลภของมนุษย์ได้สร้าง “สัตว์ประหลาด” สุดอันตรายขึ้นมา
รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย):
-
จุดเด่น: การผสมผสานระหว่างแนวแอคชั่นสยองขวัญกับฉากหลังประวัติศาสตร์ทำได้ลงตัว คอสตูมและโปรดักชันมีความอลังการระดับพรีเมียม
-
จุดด้อย: โทนเรื่องมีความหม่นและดราม่าหนักหน่วงในช่วงพาร์ทประวัติศาสตร์
สรุปคะแนน – Gyeongseong Creature ควรค่าแก่การดูไหม?:
-
เรตติ้งความสนุก: ⭐️⭐️⭐️⭐️ (8/10)
-
เหมาะกับใคร: คนที่ชอบซีรีส์พีเรียดแอคชั่นฟอร์มยักษ์ งานภาพสวย CG อลังการ และพล็อตเรื่องลึกลับ
5. Officer Black Belt (เจ้าหน้าที่สายดำ)
-
แนว: แอคชั่น, คอมเมดี้, อาชญากรรม
-
ช่องทางการรับชม: Netflix
เรื่องย่อ:
เรื่องราวของชายหนุ่มฝีมือฉกาจด้านศิลปะการต่อสู้ (เทควันโด เคนโด และยูโด รวมกันถึง 9 ดั้ง) ผู้ใช้ชีวิตไปวันๆ ด้วยการช่วยงานร้านอาหารของพ่อและเล่นเกม แต่โชคชะตาพาให้เขาได้มาช่วยชีวิตเจ้าหน้าที่คุมประพฤติจากการถูกทำร้าย จนต้องกระโจนมารับหน้าที่เป็น “เจ้าหน้าที่สายดำ” เฉพาะกิจร่วมกัน
รีวิวความรู้สึกหลังดู (จุดเด่น / จุดด้อย):
-
จุดเด่น: ฉากแอคชั่นคิวบู๊ออกแบบมาได้สมจริง ดิบ สะใจ และมีความคอมเมดี้สอดแทรกทำให้ดูเพลิน ไม่เครียดจนเกินไป
-
จุดด้อย: เส้นเรื่องหลักค่อนข้างเป็นสูตรสำเร็จเดาทางได้ง่ายตามสไตล์หนังแอคชั่นฮีโร่ลุยเดี่ยว
สรุปคะแนน – Officer Black Belt ควรค่าแก่การดูไหม?:
-
เรตติ้งความสนุก: ⭐️⭐️⭐️⭐️ (8/10)
-
เหมาะกับใคร: สายชอบดูคิวบู๊มันส์ๆ แอคชั่นเท่ๆ ดูกล่อมสมองเพลินๆ ในวันหยุด
















Leave a Reply